สมาส-สนธิ

คำสมาส
คำสมาส เป็นคำที่เกิดจากการนำคำบาลีสันสกฤตมาประสมกัน และมีความหมายใหม่ซึ่งเกี่ยวข้องกับความหมายของคำเดิมแต่ละคำ วิธีประสมคำสมาสมี 2 วิธี
1 ใช้วิธีนำศัพท์หลักไว้หลัง ศัพท์ประกอบไว้หน้า เป็นคำสมาสที่ไม่กลมกลืนเสียง เช่น พุทธบาท มหานคร โทรทัศน์ ทศน วีดีทัศน์ วีรบุรุษ นานัปการ กตัญญู ชนบท ฉัตรมงคล กัมปนาท พันธกิจ มูลนิธิ ผลิตภัณฑ์ นิตยสาร โลกทรรศน์ รุกขวิทยา อักษรศาสตร์ อิสรภาพ หัตถกรรม อุทกภัย พาณิชยการ เอกราช ทิวากร รัชนีกร กรรมกร วิทยากร มัณฑนากร
2 ใช้วิธีเชื่อมเสียงของคำหลายคำให้ติดต่อเป็นคำเดียว เรียกว่า วิธีสนธิ มหัศจรรย์(มหา+อัศจรรย์) อรุโณทัย(อรุณ+อุทัย) ธันวาคม(ธนู+อาคม) มโนรถ(มนฺส+รถ) ) อัคโยภาส(อัคคี+โอภาส) โลกาภิวัตน์(โลก+อภิวัฒน์) วิทยาลัย(วิทยา+อาลัย) สามัคคยาจารย์(สามัคคี+อาจารย์) รโหฐาน(รหฺส+ฐาน) ทัศนูปกรณ์(ทัศน+อุปกรณ์) ดารากร ศิลปากร สรรพากร รัตนากร ทรัพยากร เป็นต้น
ก. คำสมาสต้องเป็นคำภาษาบาลีสันสกฤตเท่านั้น คำต่อไปนี้ไม่ใช่คำสมาสเพราะมีคำไทยหรือคำยืมประสมอยู่ ได้แก่ พลเมือง พระพุทธเจ้า สรรพสิ่ง จุลจอมเกล้า คุณค่า ชีวเคมี พลความ พุทธทำนาย สรรพสินค้า ราชสำนัก สุวรรณชาด เคมีภัณฑ์ พลเรือน ตรัสรู้ ผลไม้ ราชดำริ ทุนทรัพย์ คริสตจักร พลขับ เทพเจ้า ราชวัง ศักดินา ภูมิลำเนา
ข. คำที่เกิดจากหน่วยคำเติมหน้า หรือ อุปสรรค รวมกับคำหลัก ไม่นับเป็นคำสมาส คือ ทรพิษ ปฏิกรรม ปราชัย สมบูรณ์ สัญญาณ สุจริต อธิราช อนุชน อภิสิทธิ์ อวกาศ อุปราช
ค. คำชุดนี้เรียกว่า คำสมาสซ้อน คือ คำสมาสที่นำคำยืมภาษาบาลีสันสกฤตที่มีความหมายเหมือนกันหรือคล้ายคลึงมารวมกัน ได้แก่ กาลเวลา นรชน ประชาชน ผลานิสงส์ วัฏสงสาร ศาสตราวุธ กัปกัลป์ อิทธิฤทธิ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *